คำแนะนำก่อนจะไปเลือกซื้อบ้าน
posted on 15 Aug 2006 11:23 by obtheair in on-my-mind
คำแนะนำก่อนจะไปเลือกซื้อบ้าน
โดนคนที่กู้แบงค์ไม่ผ่าน(ผมเองเนี่ยแหละ)
กรุณาทำตามลำดับขั้นตอน ห้ามข้ามขั้น ไม่งั้นจะน้ำตาเช็ดหัวเข่าทีหลัง
1. ติดแบล็คลิสต์เครดิตบูโรรึเปล่า
ถ้าไม่ติดก็แล้วไป ข้ามไปข้อ2ได้เลย
แต่ถ้าติดแบล็คลิสต์ หรือเพิ่งหลุดจากแบล็คลิสต์ได้ไม่ถึง5ปี แล้วทะลึ่งจะไปกู้แบงค์เพื่อซื้อบ้าน ให้ตายแบงค์ก็ไม่ให้กู้ครับ เชิญซื้อเงินสดอย่างเดียว ถ้ามีเงินนะ
2. ไปคุยเรื่องกู้กับแบงค์ก่อน
บางคนถามว่า "อะไรวะ ยังไม่ทันได้เลือกบ้านเลย ไปคุยกับแบงค์แล้วเรอะ"
ก็เพราะยังไม่ทันได้เลือกบ้านน่ะแหละครับ ถึงให้ไปคุยกับแบงค์ก่อน ว่าเราสามารถกู้เงินได้เท่าไหร่ ซึ่งตามกฎของแบงค์ชาติตอนนี้ เขาอนุญาตให้ผ่อนบ้านได้แค่35%ของเงินเดือนหลังจากหักภาระหนี้สินแล้ว
ยกตัวอย่าง สมมติว่ารายได้รวมของผู้กู้และผู้กู้ร่วมทั้งหมด เท่ากับ1แสนต่อเดือน
มีภาระต้องผ่อนรถ เดือนละ2หมื่น
เขาจะอนุญาตให้เราผ่อนบ้านได้แค่เดือนละ 28000 บาทต่อเดือน หรือเท่ากับ 35% ของเงิน 80000 บาทนะครับ ไม่ใช่ผ่อนได้เดือนละ 35000 หรือ 35% ของเงิน1แสน
ถ้าเหลือผ่อนรถแค่3เดือน6เดือนก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้ายังเหลือเป็นปี ยังไงแบงค์ก็ต้องหักผ่อนรถอยู่ดีครับ
การจะไปคุยกับแบงค์ ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมเรื่องรายได้ครับ ว่าเรามีรายได้อะไรเท่าไหร่ รวมถึงรายได้ที่ไม่มีหลักฐานยืนยันด้วย หลังจากแบงค์คำนวณความสามารถในการผ่อนต่อเดือนแล้ว เขาจะบอกเลยว่าเราสามารถกู้ได้เท่าไหร่ ซึ่งโดยปกติแล้ว เขาจะปล่อยให้กู้ได้แค่20ปีเท่านั้น อย่าหวังเลยครับว่าแบงค์จะปล่อยถึง30ปี
พวกบ้านที่หลุดดาวน์กันน่ะ กู้แบงค์ไม่ผ่านทั้งนั้น ผมยังโชคดีที่ดาวน์แค่5%แล้วอาจจะได้คืนบางส่วน บางที่ดาวน์20%แถมไม่คืนเงินด้วยนะครับ
3. เคลียร์หนี้สินในบัตรเครดิตให้หมด
ไม่มีบัตรเครดิตก็แล้วไป แต่ถ้ามีบัตรเครดิต ไม่ว่าจะใช้เองหรือให้คนอื่นใช้ ถ้าเป็นชื่อของตัวเองเมื่อไหร่ แบงค์เขาจะถือเป็นรายการหนี้สินตอนไปขอยื่นกู้ครับ จะทำให้วงเงินที่ขอกู้ได้หายไปบางส่วน ให้เคลียร์ซะตอนนี้ก่อนจะทำข้อ5ครับ เพราะเมื่อถึงตอนนั้นแล้วคุณจะไม่สามารถเคลียร์หนี้บัตรเครดิตได้ และที่สำคัญ ถ้าเคลียร์ได้ก็ให้ปิดบัญชียกเลิกบัตรไปด้วย หรืออย่างน้อยๆก็เหลือไว้แค่ใบเดียวก็พอ
4. ไปซื้อหนังสือโฆษณาขายบ้าน
อย่าเอาแต่ดูตามโฆษณาในโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์ครับ ซื้อหนังสือเอาง่ายกว่า เล่มละ50บาทพิมพ์4สีอาบมันทั้งเล่มหนาๆ ถูกกว่าหนังสือการ์ตูนอีก มีโครงการให้เลือกเปรียบเทียบมากมาย ลงรูป แผนที่และราคาเริ่มต้นให้เสร็จสรรพ ที่ไหนถูกใจค่อยขับรถไปดู สอบถามรายละเอียดแต่ละโครงการให้ดีครับ โดยเฉพาะการวางดาวน์ สัญญาการซื้อบ้าน การคืนเงินดาวน์ในกรณีกู้ไม่ผ่าน(บางที่เขาไม่คืนนะ) ค่าส่วนกลางรายปี วันที่ส่งมอบได้ เมื่อได้ข้อมูลมาจนพอใจแล้วก็ค่อยตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน
5. เซ็นสัญญา
ไม่มีอะไรมากนอกจากเซ็นสัญญา ชำระเงินจองในวันเซ็นสัญญา สัปดาห์ต่อมาก็เอาเงินค่าเซ็นสัญญาไปจ่าย และก็ผ่อนดาวน์ครับ ช่วงนี้จะมีแต่เรื่องเงินๆทองๆเท่านั้น บางที่เขาจะให้ผ่อนดาวน์หลายเดือนจนถึงเวลาที่คาดการณ์ว่าบ้านจะสร้างเสร็จ ซึ่งเงินดาวน์ที่ต้องผ่อนต่อเดือนนี่ มันจ่ายหนักกว่าเงินที่ต้องไปผ่อนแบงค์เมื่อกู้ได้อีกครับ ผมถึงได้บอกในข้อ3ว่าให้เคลียร์หนี้สินให้หมดก่อน เพราะช่วงนี้คุณจะไม่มีปัญญาไปเคลียร์หนี้อย่างอื่นได้เลย นอกจากว่าคุณรวยจริง แต่ถ้ารวยจริง จะไม่มีปัญหาข้อ3หรอก
6. ยื่นกู้
ถ้ามีเงินถุงเงินถัง อยากจ่ายสด เชิญไปข้อ7ครับ แต่ถ้าไม่ใช่ ก็เชิญอ่านบรรทัดถัดไปนี่แหละ
บางโครงการก็ดี๊ดี ไปยื่นกู้วิ่งเต้นให้เสร็จสรรพ บางโครงการก็แย้แย่ ให้ลูกค้าวิ่งเอง ช่วงนี้ต้องเสี่ยงดวงนิดหน่อย ถ้าดอกเบี้ยเงินกู้มันสูงกว่าตอนไปคุยกับแบงค์ในข้อ1 วงเงินกู้ก็จะน้อยลง แต่ถ้าดอกเบี้ยมันลง ก็จะกู้ได้มากขึ้น กู้ได้ก็ยินดีด้วย แต่ถ้ากู้เต็มวงเงินที่ต้องการไม่ได้ ก็ต้องเอาเงินเก็บมาโปะส่วนที่ขาด แต่ถ้าแบงค์ไม่ให้กู้เลยเพราะเห็นว่าเงินเก็บไม่พออีก ก็ยินดีต้อนรับเข้าสู่ชมรมแบงค์ไม่ให้กู้ครับ ผมก็เพิ่งเป็นสมาชิกมาหมาดๆเลย
อย่าหวังว่าจะไปหยิบยืมเงินจากญาติหรือเพื่อนฝูงมาโปะส่วนที่ขาดนะครับ เพราะแบงค์เขาจะถือว่านั่นก็เป็นส่วนของหนี้สินที่คุณต้องแบกรับภาระต้องผ่อนเหมือนกัน ไม่ต่างกับต้องไปขอกู้แบงค์ และแบงค์ก็จะประทับตราไม่ให้กู้
ในกรณีที่จะไปยืมเงินญาติพี่น้องมาจริงๆ ต้องไปยืมล่วงหน้าให้ได้แล้วมาฝากในบัญชีก่อนจะไปยื่นกู้แบงค์3เดือน และแป๊กเงินทิ้งไว้ในบัญชีจนกระทั่งยื่นกู้ครับ เมื่อนั้นแบงค์ถึงจะให้กู้ และเมื่อกู้ผ่านแล้วจะถอนเงินไปทำอะไรก็อีกเรื่องครับ
7. จ่ายเงิน โอนบ้าน
สั้นๆครับ จ่ายเงิน เซ็นชื่อโอนบ้าน เสียภาษีค่าโอนและอะไรอื่นๆ เรื่องเงินๆทองๆอีกแล้ว หลังจากนั้นคุณจะมาอยู่ทันทีหรือไม่ก็แล้วแต่ครับ บางคนจำเป็นก็อยู่ทันที แล้วค่อยๆตกแต่ง แต่บางคนใจเย็นได้ ก็ตกแต่งไปเรื่อยๆ เสร็จเมื่อไหร่ก็ค่อยย้ายของมาอยู่ หลังจากนั้นก็ขอให้มีความสุขกับบ้านใหม่ครับ
และอย่าลืมจ่ายค่าส่วนกลางด้วยนะเออ ปีละกี่หมื่นก็ไปอ่านในสัญญาเอาละกัน
โดนคนที่กู้แบงค์ไม่ผ่าน(ผมเองเนี่ยแหละ)
กรุณาทำตามลำดับขั้นตอน ห้ามข้ามขั้น ไม่งั้นจะน้ำตาเช็ดหัวเข่าทีหลัง
1. ติดแบล็คลิสต์เครดิตบูโรรึเปล่า
ถ้าไม่ติดก็แล้วไป ข้ามไปข้อ2ได้เลย
แต่ถ้าติดแบล็คลิสต์ หรือเพิ่งหลุดจากแบล็คลิสต์ได้ไม่ถึง5ปี แล้วทะลึ่งจะไปกู้แบงค์เพื่อซื้อบ้าน ให้ตายแบงค์ก็ไม่ให้กู้ครับ เชิญซื้อเงินสดอย่างเดียว ถ้ามีเงินนะ
2. ไปคุยเรื่องกู้กับแบงค์ก่อน
บางคนถามว่า "อะไรวะ ยังไม่ทันได้เลือกบ้านเลย ไปคุยกับแบงค์แล้วเรอะ"
ก็เพราะยังไม่ทันได้เลือกบ้านน่ะแหละครับ ถึงให้ไปคุยกับแบงค์ก่อน ว่าเราสามารถกู้เงินได้เท่าไหร่ ซึ่งตามกฎของแบงค์ชาติตอนนี้ เขาอนุญาตให้ผ่อนบ้านได้แค่35%ของเงินเดือนหลังจากหักภาระหนี้สินแล้ว
ยกตัวอย่าง สมมติว่ารายได้รวมของผู้กู้และผู้กู้ร่วมทั้งหมด เท่ากับ1แสนต่อเดือน
มีภาระต้องผ่อนรถ เดือนละ2หมื่น
เขาจะอนุญาตให้เราผ่อนบ้านได้แค่เดือนละ 28000 บาทต่อเดือน หรือเท่ากับ 35% ของเงิน 80000 บาทนะครับ ไม่ใช่ผ่อนได้เดือนละ 35000 หรือ 35% ของเงิน1แสน
ถ้าเหลือผ่อนรถแค่3เดือน6เดือนก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้ายังเหลือเป็นปี ยังไงแบงค์ก็ต้องหักผ่อนรถอยู่ดีครับ
การจะไปคุยกับแบงค์ ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมเรื่องรายได้ครับ ว่าเรามีรายได้อะไรเท่าไหร่ รวมถึงรายได้ที่ไม่มีหลักฐานยืนยันด้วย หลังจากแบงค์คำนวณความสามารถในการผ่อนต่อเดือนแล้ว เขาจะบอกเลยว่าเราสามารถกู้ได้เท่าไหร่ ซึ่งโดยปกติแล้ว เขาจะปล่อยให้กู้ได้แค่20ปีเท่านั้น อย่าหวังเลยครับว่าแบงค์จะปล่อยถึง30ปี
พวกบ้านที่หลุดดาวน์กันน่ะ กู้แบงค์ไม่ผ่านทั้งนั้น ผมยังโชคดีที่ดาวน์แค่5%แล้วอาจจะได้คืนบางส่วน บางที่ดาวน์20%แถมไม่คืนเงินด้วยนะครับ
3. เคลียร์หนี้สินในบัตรเครดิตให้หมด
ไม่มีบัตรเครดิตก็แล้วไป แต่ถ้ามีบัตรเครดิต ไม่ว่าจะใช้เองหรือให้คนอื่นใช้ ถ้าเป็นชื่อของตัวเองเมื่อไหร่ แบงค์เขาจะถือเป็นรายการหนี้สินตอนไปขอยื่นกู้ครับ จะทำให้วงเงินที่ขอกู้ได้หายไปบางส่วน ให้เคลียร์ซะตอนนี้ก่อนจะทำข้อ5ครับ เพราะเมื่อถึงตอนนั้นแล้วคุณจะไม่สามารถเคลียร์หนี้บัตรเครดิตได้ และที่สำคัญ ถ้าเคลียร์ได้ก็ให้ปิดบัญชียกเลิกบัตรไปด้วย หรืออย่างน้อยๆก็เหลือไว้แค่ใบเดียวก็พอ
4. ไปซื้อหนังสือโฆษณาขายบ้าน
อย่าเอาแต่ดูตามโฆษณาในโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์ครับ ซื้อหนังสือเอาง่ายกว่า เล่มละ50บาทพิมพ์4สีอาบมันทั้งเล่มหนาๆ ถูกกว่าหนังสือการ์ตูนอีก มีโครงการให้เลือกเปรียบเทียบมากมาย ลงรูป แผนที่และราคาเริ่มต้นให้เสร็จสรรพ ที่ไหนถูกใจค่อยขับรถไปดู สอบถามรายละเอียดแต่ละโครงการให้ดีครับ โดยเฉพาะการวางดาวน์ สัญญาการซื้อบ้าน การคืนเงินดาวน์ในกรณีกู้ไม่ผ่าน(บางที่เขาไม่คืนนะ) ค่าส่วนกลางรายปี วันที่ส่งมอบได้ เมื่อได้ข้อมูลมาจนพอใจแล้วก็ค่อยตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน
5. เซ็นสัญญา
ไม่มีอะไรมากนอกจากเซ็นสัญญา ชำระเงินจองในวันเซ็นสัญญา สัปดาห์ต่อมาก็เอาเงินค่าเซ็นสัญญาไปจ่าย และก็ผ่อนดาวน์ครับ ช่วงนี้จะมีแต่เรื่องเงินๆทองๆเท่านั้น บางที่เขาจะให้ผ่อนดาวน์หลายเดือนจนถึงเวลาที่คาดการณ์ว่าบ้านจะสร้างเสร็จ ซึ่งเงินดาวน์ที่ต้องผ่อนต่อเดือนนี่ มันจ่ายหนักกว่าเงินที่ต้องไปผ่อนแบงค์เมื่อกู้ได้อีกครับ ผมถึงได้บอกในข้อ3ว่าให้เคลียร์หนี้สินให้หมดก่อน เพราะช่วงนี้คุณจะไม่มีปัญญาไปเคลียร์หนี้อย่างอื่นได้เลย นอกจากว่าคุณรวยจริง แต่ถ้ารวยจริง จะไม่มีปัญหาข้อ3หรอก
6. ยื่นกู้
ถ้ามีเงินถุงเงินถัง อยากจ่ายสด เชิญไปข้อ7ครับ แต่ถ้าไม่ใช่ ก็เชิญอ่านบรรทัดถัดไปนี่แหละ
บางโครงการก็ดี๊ดี ไปยื่นกู้วิ่งเต้นให้เสร็จสรรพ บางโครงการก็แย้แย่ ให้ลูกค้าวิ่งเอง ช่วงนี้ต้องเสี่ยงดวงนิดหน่อย ถ้าดอกเบี้ยเงินกู้มันสูงกว่าตอนไปคุยกับแบงค์ในข้อ1 วงเงินกู้ก็จะน้อยลง แต่ถ้าดอกเบี้ยมันลง ก็จะกู้ได้มากขึ้น กู้ได้ก็ยินดีด้วย แต่ถ้ากู้เต็มวงเงินที่ต้องการไม่ได้ ก็ต้องเอาเงินเก็บมาโปะส่วนที่ขาด แต่ถ้าแบงค์ไม่ให้กู้เลยเพราะเห็นว่าเงินเก็บไม่พออีก ก็ยินดีต้อนรับเข้าสู่ชมรมแบงค์ไม่ให้กู้ครับ ผมก็เพิ่งเป็นสมาชิกมาหมาดๆเลย
อย่าหวังว่าจะไปหยิบยืมเงินจากญาติหรือเพื่อนฝูงมาโปะส่วนที่ขาดนะครับ เพราะแบงค์เขาจะถือว่านั่นก็เป็นส่วนของหนี้สินที่คุณต้องแบกรับภาระต้องผ่อนเหมือนกัน ไม่ต่างกับต้องไปขอกู้แบงค์ และแบงค์ก็จะประทับตราไม่ให้กู้
ในกรณีที่จะไปยืมเงินญาติพี่น้องมาจริงๆ ต้องไปยืมล่วงหน้าให้ได้แล้วมาฝากในบัญชีก่อนจะไปยื่นกู้แบงค์3เดือน และแป๊กเงินทิ้งไว้ในบัญชีจนกระทั่งยื่นกู้ครับ เมื่อนั้นแบงค์ถึงจะให้กู้ และเมื่อกู้ผ่านแล้วจะถอนเงินไปทำอะไรก็อีกเรื่องครับ
7. จ่ายเงิน โอนบ้าน
สั้นๆครับ จ่ายเงิน เซ็นชื่อโอนบ้าน เสียภาษีค่าโอนและอะไรอื่นๆ เรื่องเงินๆทองๆอีกแล้ว หลังจากนั้นคุณจะมาอยู่ทันทีหรือไม่ก็แล้วแต่ครับ บางคนจำเป็นก็อยู่ทันที แล้วค่อยๆตกแต่ง แต่บางคนใจเย็นได้ ก็ตกแต่งไปเรื่อยๆ เสร็จเมื่อไหร่ก็ค่อยย้ายของมาอยู่ หลังจากนั้นก็ขอให้มีความสุขกับบ้านใหม่ครับ
และอย่าลืมจ่ายค่าส่วนกลางด้วยนะเออ ปีละกี่หมื่นก็ไปอ่านในสัญญาเอาละกัน
Tags: house, loan3 Comments

#1 By (58.147.56.153) on 2007-10-01 11:30